กรมอุทยานฯ คุมเข้มจตุจักร สกัดซื้อ-ขายพืชสัตว์ผิดกฎหมาย
กรมอุทยานฯ คุมเข้มจตุจักร สกัดซื้อ-ขายพืชสัตว์ผิดกฎหมาย
กรมอุทยานแห่งชาติเอาจริงจัดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนตลาดนัดจตุจักร เตือนคนซื้อด้วยเห็นจับ-ปรับทันทีโทษคุก 3 เดือนปรับ 3 หมื่น
2 ต.ค. 2554
วันที่ 3 ตุลาคม นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า สำหรับนโบายการปราบปรามการค้าสัตว์ป่าของกรมอุทยานแห่งชาติตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปนั้น ในส่วนของต้นทางนอกจากจะให้เจ้าหน้าที่กวดขันเรื่องการลักลอบ ล่า ค้า และขายจากพื้นที่ป่า โดยเฉพาะบริเวณป่าชายแดน แต่บริเวณจุดขายปลายทางที่ปล่อยปละละเลยกันมานาน โดยเฉพาะสวนจตุจักร ที่อยู่ใจกลางกรุงเทพนั้น ไม่ค่อยได้กวดขันกันมากนัก จึงได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ จากสำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า และกองคุ้มครองพันธุ์พืชและสัตว์ป่าตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่า และพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (ไซเตส) เข้าไปทำงานประจำในตลาดนัดจตุจักร ให้มีสำนักงานประจำ พร้อมจะทำงานทุกวัน และเดินตรวจตราพฤติกรรมทั้งของผู้ขายและผู้ซื้อทั้งสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิด กฎหมาย โดยเฉพาะในวันทำการของตลาดนัดคือทุกวันเสาร์อาทิตย์ หากพบเห็นการซื้อขาย สัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมายให้จับทันที
นายธีรภัทรประยูรสิทธิ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวว่า สัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์ป่า และอนุสัญญาไซเตส ที่ทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้รับการร้องเรียนว่ามีการซื้อขายกันอย่างโจ่งแจ้งมากที่สุดในตลาดนัดจตุจักร คือ พญากระรอกบิน ลิงลม กล้วยไม้ป่า กิ้งก่าทะเลทราย รวมทั้งนกป่า เช่น นกปรอดหัวโขน (นกกรงหัวจุก) นกขุนทอง และนกหัวขวาน ขายกันในราคาค่อนข้างสูง และเย้ยกฎหมาย รวมทั้งคนซื้อเอง หลายคนไม่รู้ว่าซื้อ และการครอบครองสัตว์ป่าและพืชป่าเหล่านั้น เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
"มาตรการแบบเข้มข้นต่อไปนี้คือ หากเราพบว่า พ่อค้าแม่ค้ารายใด ขายและครอบครองสัตว์ป่า และพืชป่าที่ผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ. คุ้มครองสัตว์ป่า และในอนุสัญญาไซเตส จะถูกดำเนินการตามกฎหมายทันทีไม่มีการละเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ขอเตือนไปยังผู้ซื้อสัตว์และพืชป่าเหล่านั้นด้วยว่า หากเสร็จสิ้นการซื้อขายและได้มาครอบครองแล้วก็จะได้รับโทษเช่นเดียวกัน โดยโทษจะต้องจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำและปรับ ต่อไปนี้อย่าเห็นว่า การเอาลิงลมหรือนางอาย หรือกิ้งก่าเกาะบ่า ใส่กระเป๋าไปไหนมาไหน เป็นเรื่องเท่ โก้ เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย" นายธีรภัทรกล่าว
รองอธิบดีกรมอุทยานฯกล่าวว่า กลางเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้กรมอุทยานฯ ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเป็นเจ้าภาพการประชุมตำรวจสากลว่าด้วยการปราบปรามอาชญากรรมด้านสิ่งแวดล้อม และการค้าสัตว์ป่าพืชป่าผิดกฎหมาย จะมีตัวแทนตำรวจฝ่ายปราบปรามจากภูมิภาคในอาเซียน ยุโรป อเมริกา และแอฟริกา รวม 200 กว่านายเข้าประชุม เพื่อร่วมมือกันหาทางแก้ปัญหาการลักลอบการค้าขายสัตว์ป่าและพืชป่าร่วมกัน
นายธีรภัทร
"มาตรการแบบเข้มข้นต่อไปนี้
รองอธิบดีกรมอุทยานฯ
ที่มา
- ห้องข่าวกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
