เต่าตนุ เต่ากระ ขึ้นหาดทับสะแกหลังหาดเงียบโรงไฟฟ้าถอนตัว
เต่าตนุ เต่ากระ ขึ้นหาดทับสะแกหลังหาดเงียบโรงไฟฟ้าถอนตัว
13 พ.ค. 2552
น.ส. สุรีย์รัตน์ แต้ชูตระกูล แกนนำชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าตื่นเต้นด้านสิ่งแวดล้อม และถือเป็นเรื่องที่ดีมาก คือ ได้พบไข่เต่าทะเลบริเวณชายฝั่งทะเลหน้าพื้นที่โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หมู่ 7 ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ มากกว่า 1 รัง มีไข่เกือบ 200 ฟอง เป็นเต่าตนุ และเต่ากระ ซึ่งไม่เคยเคยเกิดปรากฏแบบนี้มา 47 ปีแล้ว โดยที่ผ่านมา ไข่เต่าดังกล่าวฟักเป็นลูกเต่าแล้วจำนวนหนึ่ง ชาวบ้านนำส่งให้ศูนย์วิจัยทรัพยากรชายฝั่งทะเล จ.ชุมพร ไปเลี้ยงดู จำนวน 34 ตัว โดยเจ้าหน้าที่บอกว่า ภายในระยะเวลา 1 ปี ลูกเต่าจะแข็งแรงและสามารถกลับไปใช้ชีวิตในทะเลได้

น.ส.สุรีรัตน์กล่าวว่า ชายฝั่งทะเลบริเวณที่ชาวบ้านพบไข่เต่าทั้ง 2 ชนิดนี้ เดิมเป็นพื้นที่ที่ กฟผ. จะใช้สำหรับก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาด 4,000 เมกะวัตต์ แต่โครงการหยุดพับไปชั่วคราว ตลอด 1 ปี ที่ผ่านมา ทำให้ชายหาดค่อนข้างเงียบ ไม่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน มีแต่ชาวประมง และชาวบ้านในพื้นที่ออกไปตกปลา และทำประมงพื้นบ้าน ความเหมาะสมทางกายภาพดังกล่าวอาจจะเป็นต้นเหตุให้เต่าทะเลเกิดความมั่นใจว่า ปลอดภัย จึงขึ้นมาวางไข่ก็ได้ เจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยทรัพยากรชายฝั่งทะเล จ.ชุมพร ยืนยันว่า ปรากฏการณ์เต่าขึ้นมาวางไข่บนชายหาดเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อนใน ประเทศไทยโดยเฉพาะในอ่าวไทย ในรอบหลายสิบปี ที่ผ่านมา จะมีเฉพาะตามเกาะต่างๆเท่านั้น
“เราคาดว่ายังมีหลุมไข่เต่าอีกหลายหลุมที่เราไม่เจอ เพราะเราหากันไม่เป็น ไม่มีใครมีประสบการณ์การดูแลเต่าทะเลมาก่อน เป็นปัญหาอย่างหนึ่งของชาวบ้าน ซึ่งต่อไปจะต้องให้นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เรื่องเหล่านี้มา อบรมให้ชาวบ้านมีความรู้จะได้ช่วยอนุรักษ์เต่าทะเลที่หายากเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด และขณะนี้ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์เต่าทะเลแล้ว” น.ส.สุรีรัตน์ กล่าว

เมื่อถามว่าขณะนี้มีการดูแลชายหาดบริเวณที่ไข่ยังไม่ฟักตัวอย่างไรบ้าง น.ส.สุรีรัตน์กล่าวว่า ทางกลุ่มมีอาสาสมัครผลัดกันเฝ้าเวรยาม และเดินตรวจตราตลอดระยะทาง 2 กิโลเมตร ที่คาดว่าเต่าจะขึ้นมาวางไข่ ตลอดทั้งคืน เพราะเกรงว่า ผู้ไม่ประสงค์ดีจะลักลอบมาเก็บไข่เต่าไปขายซึ่งนักวิชาการจากศูนย์วิจัย ทรัพยากรชายฝั่งทะเล แนะนำว่า ช่วงเดือนพฤษภาคม ตลอดทั้งเดือนเต่าจะฟักเป็นตัว และหลังจากนี้ไม่จำเป็นต้องเฝ้าแล้ว
“ที่เรายังเป็นห่วงมากอีกเรื่องคือ ทราบมาว่า โครงการสร้างโรงไฟฟ้านั้นเพียงแค่พักชั่วคราวเท่านั้น เพราะตามผังเมืองแล้วบริเวณนี้เป็นพื้นพื้นที่สีเขียว ตามกฎหมายแล้วไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าได้ แต่มีข่าวมาว่า มีหลายฝ่ายพยายามขอเปลี่ยนผังเมืองจากสีเขียวให้เป็นสีม่วง ซึ่งหากทำได้เช่นนั้นก็สามารถสร้างโรงไฟฟ้าได้ หากสร้างโรงไฟฟ้าเต่าพวกนี้ก็จะหายไปตลอดไป” น.ส.สุรีรัตน์กล่าว

น.ส.สุรีรัตน์
“เราคาดว่า

เมื่อถามว่าขณะนี้
“ที่เรายังเป็นห่วงมากอีกเรื่องคือ ทราบมาว่า โครงการสร้างโรงไฟฟ้านั้นเพียงแค่พักชั่วคราวเท่านั้น เพราะตามผังเมืองแล้วบริเวณนี้เป็นพื้นพื้นที่สีเขียว ตามกฎหมายแล้วไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าได้ แต่มีข่าวมาว่า มีหลายฝ่ายพยายามขอเปลี่ยนผังเมืองจากสีเขียวให้เป็นสีม่วง ซึ่งหากทำได้เช่นนั้นก็สามารถสร้างโรงไฟฟ้าได้ หากสร้างโรงไฟฟ้าเต่าพวกนี้ก็จะหายไปตลอดไป” น.ส.สุรีรัตน์กล่าว
ที่มา
- ห้องข่าวกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
