กรมอุทยานฯเตรียมตั้งงบฯ ซื้อปืน เอชเค-ลูกซอง-เสื้อเกราะ

กรมอุทยานฯเตรียมตั้งงบฯ ซื้อปืน เอชเค-ลูกซอง-เสื้อเกราะ

6 เม.ย. 2552

นายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ทำเรื่องขอคืนปืนให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าใช้ป้องกันตังเองขณะปฏิบัติหน้าที่และออกลาดตระเวณในป่าจำนวน 300 กระบอก เป็นปืน เอชเค 200 กระบอก ปืนลูกซอง 100 กระบอก และทำเรื่องถึง กรมสรรพวุธทหารบกขอยืมเสื้อเกราะกันกระสุนจำนวน 150 ชุด และกำลังตั้งงบประมาณใหม่เพื่อขอซื้อปืนเอชเคอีก 700 กระบอก ปืนลูกซองอีก 300 กระบอก แต่กำลังตรวจสอบราคาอยู่ว่าเท่าไร 
“เวลานี้กรมอุทยานฯ มีปืนทั้งเอชเคและลูกซองอยู่ประมาณ 3,000 กระบอก สำหรับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเกือบ 300 แห่งทั่วประเทศ เรื่องนี้ถือว่าสำคัญและมีความจำเป็นอย่างมาก เพราะเวลานี้ พวกที่เข้าไปหาของป่า หรือพวกลักลอบตัดไม้ในป่ามักจะเตรียมตัวและพกพาอาวุธครบมืออย่างดีขณะเข้าป่า หากมีการปะทะกับเจ้าพนักงานพิทักษ์ป่า คนของเราจะเสียเปรียบอย่างมาก การทำเรื่องขอยืมปืน และซื้อปืนเพิ่มเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของเราทำงานได้อย่างมั่นใจและสบายใจมากขึ้น”นายเกษมสันต์ กล่าว 
นายศักดิ์สิทธิ ตรีเดช ปลัด ทส. กล่าวว่า โดยหลักการแล้ว อาวุธ และอุปกรณ์ป้องกันตัวเองของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ปฏิบัติงานในป่าระหว่างการออกลาดตระเวณตรวจความเรียบร้อยนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในขณะนี้ เพราะที่ผ่านมามีรายงานเรื่องเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าถูกทำร้ายจากผู้บุกรุกเป็นประจำ และผู้บุกรุกเหล่านั้นมักจะมีอาวุธที่ทันสมัย 
“แต่การขอมีอาวุธของเรานั้นมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกับทหาร หรือตำรวจ เพราะเราไม่ได้เอาไว้ห้ำหั่น หรือปราบปรามใคร แต่มีไว้ป้องกันตัวกรณีที่พบเจอผู้ที่ลักลอบทำลายทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น อาวุธในการป้องกันตัวก็มีแค่ปืน หรือเสื้อเกราะ สำหรับความสบายใจและมั่นใจในการออกลาดตระเวนมากขึ้น ส่วนจำนวนจะมีมากน้อยแค่ไหน อยู่ที่กรมอุทยานฯจะเป็นผู้พิจารณา” นายศักดิ์สิทธิ กล่าว 
นายสมชัย มาเสถียร ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ปืนที่กรมอุทยานฯ ครอบครองมีอยู่มี ส่วนคือ ที่ซื้อมาเองจากกองทัพบก มีทั้งหมด 1,922 กระบอก และที่ขอยืมใช้จากกองทัพบกอีกหนึ่งพันกว่ากระบอก แต่ในช่วงก่อนปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 กองทัพบกขอคืนไปทั้งหมด เป็นปืนยาวเอชเค 33 ที่ส่วนใหญ่ชำรุด และไม่มีอะไหล่ซ่อม แต่ปัจจุบัน กรมอุทยานฯ กำลังทำเรื่องขอยืมปืนจากกองทัพบกอีกครั้งประมาณ 300 กระบอก เป็นปืนลูกซองยาวอัตโนมัติ นอกจากนี้กรมมีแผนจะใช้เงินกู้กระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกรม ซื้อปืนเพิ่มอีกประมาณ 700 กระบอก เป็นปืน เอ็ม 16 จำนวน 200 กระบอก และปืนลูกซองอีก 400 กระบอก ตรวจสอบราคาที่กระทรวงกลาโหมซื้อมาล่าสุดเมื่อปี 2550 ราคากระบอกละ แสน พันบาท อย่างไรก็ตาม กรมอุทยานฯเป็นหน่วยงานที่เพิ่งก่อตั้ง ยังไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อของกระทรวงกลาโหมที่สามารถซื้อปืนได้เอง ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอแก้ไขกฎกระทรวงดังกล่าว
“ปืนที่ได้มาเราก็จะนำไปใช้ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในเขตมรดกโลก ที่จัดชุดลาดตระเวนให้พนักงานพิทักษ์ป่าแต่ละชุดนำไปป้องกันตัวในขณะลาดตระเวณ ชุดลาดตระเวณ ชุดจะมีปืนเอ็ม 16  จำนวน กระบอกเท่านั้น ที่เหลืออาจจะใช้ลูกซอง” นายสมชัยกล่าว

ที่มา

  • ห้องข่าวกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
Powered by Wimut Wasalai