ชาวบ้านชนะ 'ศึกมาบตาพุด' ต้องให้เป็นเขตควบคุมมลพิษ
ชาวบ้านชนะ 'ศึกมาบตาพุด' ต้องให้เป็นเขตควบคุมมลพิษ
3 มี.ค. 2552
กรณีชาวบ้านมาบตาพุดจาก 11 ชุมชนรอบนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ได้มอบอำนาจให้โครงการนิติธรรมสิ่งแวดล้อม ยื่นฟ้องคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฐานละเลยต่อหน้าที่ไม่ประกาศพื้นที่มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษ เพื่อควบคุม ลดและขจัดมลพิษ ซึ่งได้ยื่นต่อศาลปกครองระยอง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2550 นั้น
วันที่3 มี.ค. นายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก เผยภายหลังร่วมรับฟังคำพิพากษาของศาลปกครองระยอง ร่วมกับชาวบ้านประมาณ 100 คนว่า ศาลปกครองระยอง ได้มีคำพิพากษาตัดสินให้ ประกาศเขตพื้นที่เทศบาลมาบตาพุดทั้งเทศบาล เป็นเขตควบคุมมลพิษแล้ว รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียงได้แก่ ต.ทับมา ต.เนินพระ ต.มาบข่า อ.เมือง และอ.บ้านฉาง จ.ระยอง เป็นพื้นที่เขตควบคุมมลพิษ และให้ดำเนินการประกาศเขตภายใน 60 วัน หลังจากมีคำสั่งศาลปกครอง ส่วนประเด็นความรับผิดชอบของบอร์ดชุดนี้กำลังหารือกับนักฎหมายว่าจะสามารถฟ้องร้องทางอาญา และทางแพ่งด้วยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม แต่การที่ชาวบ้านชนะคดีครั้งนี้ ถือเป็นแค่ก้าวแรกของความสำเร็จ และต่อไปเครือข่ายภาคประชาชนจะเดินหน้าเรื่องการปฎิบัติตามแผนลดและขจัดมลพิษ และจะขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมทบทวนแผนขยายปิโตรเคมีเฟส 3 และกิจกรรมการพัฒนาในพื้นที่ว่าทำให้เกิดมลพิษเพิ่มหรือไม่
นายสุทธิกล่าวอีกว่า ขณะนี้ในเขตมาบตาพุด มีการปรับพื้นที่ถมทะเล เพื่อเตรียมขยายปิโตรเคมีเฟส 3 ซึ่งหากหน่วยงานอนุญาต โดยเฉพาะกรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือแม้แต่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีส่วนในการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) อนุ มัติโครงการโดยไม่เข้าเกณฑ์เงื่อน ม.67 ชาวบ้านก็จะไปฟ้องหน่วยงานที่อนุญาตต่อไป

“การยื่นฟ้องของชาวบ้านครั้งนี้สืบเนื่องจากรัฐบาลมีโครงการขยายปิโตรเคมี ระยะที่ 3 แต่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบมาบตาพุด ประสบปัญหาความเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งและระบบทางเดินหายใจมานานกว่า 20 ปีจากการมีนิคมอุตสากรรมมาบตาพุด โดยมีผลการยืนยันจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติว่า คนระยองเป็นมะเร็งมากขึ้น รวมทั้งหลักฐานจาก ดร.เรณู เวชรัตน์พิมล เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม และ ดร.เดชรัตน์ สุขกำเนิด เป็นต้น ซึ่งชัดเจนแต่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กลับชะลอการประกาศเขตควบคุมมลพิษตามมาตรา 59 พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535” นายสุทธิ ระบุ
ด้านนายวิจารย์สิมาฉายา ผู้อำนวยการสำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า ขณะนี้ทางกองนิติการ คพ. ได้ส่งรายละเอียดคำพิพากษาของศาลปกครอง ให้กับนายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อธิบดี คพ. แล้ว เพื่อเตรียมนำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานบอร์ดชุดใหม่ในเร็วๆนี้ เนื่องจากตามระยะเวลาที่ศาลมีคำสั่ง 60 วันเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมาคพ.ได้แก้ไขปัญหามลพิษพื้นที่มาบตาพุดมาอย่างต่อเนื่อง และถือว่าความคืบหน้ามากทั้งในแง่ของฟื้นฟูคุณภาพน้ำ คุณภาพอากาศโดยได้ออกมาตรฐานการปล่อยสารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศ 9 ประเภทอาทิ เบนซีน บิวทาดีน เป็นต้น และมาตรฐานค่าเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมงเพิ่มอีก 19 รายการ อยู่ระหว่างการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ส่วนการศึกษาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ต่อการรองรับของมลพิษยังไม่แล้วเสร็จ
ขณะที่แหล่งจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบุว่า ตามกระบวนการการประกาศเขตควบคุมมลพิษ ต้องนำเข้าพิจารณาในคณะกรรมการควบคุมมลพิษก่อน จากนั้นจึงจะเสนอบอร์ดสิ่งแวดล้อม ซึ่งเดิมนายอภิสิทธิ์ ประธานบอร์ดสิ่งแวดล้อมชุดใหม่ จะนัดประชุมเมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากทาง สผ. ในฐานะฝ่ายเลขานุการบอร์ดเห็นว่าควรให้กรรมการได้อ่านวาระที่จะเสนอเข้าพิจารณา 1 สัปดาห์ล่วงหน้า ดังนั้น คาดว่าภายในกลางเดือน มี.ค. นี้ อาจจะมีการประชุมบอร์ดสิ่งแวดล้อมชุดใหม่เป็นครั้งแรก พร้อมกับนำวาระการประกาศเขตควบคุมมลพิษที่มาบตาพุด และบ้านฉาง จ.ระยอง เข้าพิจารณาเป็นวาระเร่งด่วนด้วย
ส่วนนายเกษมสันต์จิณณวาโส อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช อดีตเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กล่าวว่า การที่บอร์ดสิ่งแวดล้อมชุดเก่าได้ ชะลอการประกาศเขตควบคุมมลพิษที่มาบตาพุด เนื่องจากต้องการให้ใช้มาตรการบรรเทาและลดมลพิษ 80:20 ก่อน โดยเชื่อว่าหากดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้อย่างสมบูรณ์จะช่วยให้มลพิษทางอากาศลดลงไปได้ อีกทั้งผลการศึกษาในตอนนี้ยังคงพบว่าอัตราการปล่อยมลพิษในพื้นที่ยังไม่เกินด้วย
นายเดชรัตสุขกำเนิด อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ทำวิจัยเรื่องสถานการณ์ปัญหามลพิษและผลกระทบทางสุขภาพของประชาชน แนวทางการดำเนินงานของรัฐ และข้อเสนอต่อการแก้ไขปัญหา กรณีพื้นที่อุตสาหกรรม อำเภอเมืองและอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง โดยการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ให้สัมภาษณ์ว่า การประกาศเขตควบคุมมลพิษนั้นเป็นอำนาจของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่จะประกาศให้ท้องถิ่นใดที่ประสบปัญหามลพิษ ที่มีแนวโน้มร้ายแรงถึงขั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน หรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบเสียหายต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นเขตควบคุมมลพิษ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535
“ถือเป็นมิติใหม่ของประชาชนที่ศาลพิพากษาออกมาเช่นนี้แม้ทางคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติจะสามารถอุทธรณ์ได้ แต่คิดว่าไม่น่าอุทธรณ์ เพราะกรณีนี้ประชาชนไม่ได้ฟ้องเรียกเงินหรือค่าเสียหาย แต่เป็นการฟ้องเพื่อบังคับให้รัฐบาลใช้กฏหมายที่มีอยู่แล้ว การประกาศเขตควบคุมมลพิษจะช่วยให้ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนได้มีกลไกในการทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยกันควบคุมและลดมลพิษภายในพื้นที่ และมีขั้นตอนการดำเนินงานที่เป็นระบบมากขึ้น โดยมีการจัดทำแผนดำเนินการและมีเป้าหมายการดำเนินการร่วมกันอย่างชัดเจน
นายเดชรัตน์กล่าวว่า เมื่อมีการประกาศเขตควบคุมมลพิษแล้ว การแก้ปัญหามลภาวะจะเป็นไปอย่างมีระบบและมีเป้าหมายมากขึ้น ในขณะเดียวกันภาคส่วนต่างๆ จำเป็นจะต้องแก้ไขปัญหาที่เป็นผลกระทบทางสุขภาพ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมด้วยเช่นกัน โดยควรมีการจัดทำแผนปฏิบัติการในลักษณะเดียวกันทั้งหมด เพื่อให้ภาวะความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่บรรเทาลง
นายเดชรัตน์กล่าวต่อว่าหากปัญหาคุณภาพสิ่งแวดล้อมในเขตควบคุมมลพิษ มีความรุนแรงเข้าขั้นวิกฤตจำเป็นต้องแก้ไขทันที รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็สามารถเสนอให้มีการ ใช้มาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม
วันที่
นายสุทธิกล่าวอีกว่า

ภาพจาก www.greenpeace.org
“การยื่นฟ้องของชาวบ้านครั้งนี้
ด้านนายวิจารย์
ขณะที่แหล่งจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ส่วนนายเกษมสันต์
นายเดชรัต
“ถือเป็นมิติใหม่ของประชาชนที่ศาลพิพากษาออกมาเช่นนี้
นายเดชรัตน์
นายเดชรัตน์