นักวิจัยยืนยัน เสือโคร่งหมดจากป่าเขาใหญ่แล้ว รมต.ออกไอเดีย เอาเสือห้วยขาแข้งมาปล่อย
นักวิจัยยืนยัน เสือโคร่งหมดจากป่าเขาใหญ่แล้ว รมต.ออกไอเดีย เอาเสือห้วยขาแข้งมาปล่อย
4 ก.พ. 2559
"บิ๊กเต่า" เผยเสือโคร่งหมดเขาใหญ่แล้ว พร้อมให้อุทยานฯ –นักวิชาการ ศึกษาความเป็นไปได้นำเสือโคร่งห้วยขาแข้งปล่อยเขาใหญ่ สร้างระบบนิเวศตามห่วงโซ่อาหาร ย้ำห่วงประเด็นเสือกินคน กำชับศึกษาให้รอบด้าน
เมื่อวันที่3 กุมภาพันธ์ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานว่าขณะนี้ในพื้นที่เขาใหญ่ไม่พบเสือโคร่งเป็นเวลานานแล้ว ทั้งจากกล้องกับดักที่ติดตั้งตามจุดต่าง ๆ ในพื้นที่ป่าก็ไม่พบภาพเสือโคร่งแม้แต่ตัวเดียว และหน่วยลาดตระเวนก็ไม่พบร่องรอยตีนเสือโคร่งเช่นกัน ส่วนสาเหตุที่ไม่พบเสือโคร่งนี้อาจเป็นเพราะสภาพพื้นที่มีการเปลี่ยนแปลง ค่อนข้างมาก ซึ่งแต่ก่อนก็พบปัญหาการล่าเสือโคร่ง รวมทั้งมีชุมชนเข้ามา จึงอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เสือโคร่งในพื้นที่เขาใหญ่ลดจำนวนลง
พล.อ.สุรศักดิ์กล่าวอีกว่า อาจต้องนำเสือโคร่งจากห้วยขาแข้งมาปล่อยในจำนวนที่เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อให้เกิดความสมดุลในระบบห่วงโซ่อาหาร และโครงสร้างในระบบนิเวศทั้งหมด ซึ่งเสือโคร่งจะกินสัตว์กินพืช จำพวกสัตว์เท้ากีบ เช่น กวาง ก็จะทำให้สามารถควบคุมสัตว์เท้ากีบมีปริมาณที่พอดีได้ ส่วนข้อกังวลที่น่าเป็นห่วงคือ รอบพื้นที่เขาใหญ่มีชุมชนอาศัยอยู่ อย่างไรก็ตามแนวทางนี้กรมอุทยานฯ รวมทั้งนักวิชาการด้านสัตว์ป่าจะต้องศึกษาความเป็นไปได้ให้รอบด้านที่สุด และมีมาตรการที่ต้องมั่นใจพอจึงจะสามารถนำเสือโคร่งจากห้วยขาแข้งมาปล่อยที่พื้นที่เขาใหญ่ได้
ด้านนายครรชิตศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่า การนำเสือโคร่งห้วยขาแข้งมาปล่อยที่เขาใหญ่เป็นเรื่องดีต่อระบบนิเวศ จะทำให้เกิดความสมดุลตามธรรมชาติ แต่ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ก็ต้องทำงานให้หนัก เพราะการดูแลเสือถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ การตายของเสือ 1 ตัวเป็นเรื่องใหญ่พอๆ กับช้างตาย 1 ตัว ซึ่งเดิมทีในพื้นที่เขาใหญ่เคยมีเสือโคร่งอาศัยอยู่ แต่หายไปประมาณ 10 ปีแล้ว ขณะนี้มีแต่หมาในที่เป็นสัตว์ที่คอยควบคุมปริมาณสัตว์ในพื้นที่ซึ่งเป็นไปตามกฎของธรรมชาติ เสือโคร่งถือเป็นสัตว์ผู้ล่าที่แข็งแรงที่สุดในห่วงโซ่อาหาร ซึ่งการนำเสือโคร่งมาปล่อยในเขาใหญ่ก็จะส่งผลให้มีความสมบูรณ์ตามระบบนิเวศ แต่อย่างไรก็ตามนักวิชาการจะต้องมาดูความพร้อม ทั้งประเมินผลกระทบ ในเรื่องของพื้นที่ เหยื่อของเสือในป่าว่าเพียงพอหรือไม่ พื้นที่ที่จะปล่อยเสือ และเนื่องจากอุทยานฯ เขาใหญ่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แม้ว่าตามธรรมชาติของเสือจะไม่ออกมากินคน แต่ก็ยกเว้นเสือแก่กับเสือป่วย จึงต้องศึกษาให้รอบด้าน ซึ่งตนเห็นด้วยกับพล.อ.สุรศักดิ์ ที่จะทำให้ระบบนิเวศมีความหลากหลายมากขึ้น
แหล่งข่าวจากกรมอุทยานแห่งชาติฯกล่าวว่า ก่อนที่จะเพิ่มประชากรเสือในที่ใด จะต้องมีปัจจัยหลักที่ทำให้เสืออยู่ได้ก่อน นั่นคือ แหล่งที่อยู่ ซึ่งก็คือ ป่าที่อุดมสมบูรณ์ และเหยื่อ ซึ่งถ้าไม่มีป่าที่เหมาะสม ไม่มีเหยื่อที่เพียงพอ ก็ไม่มีวันที่จะมีเสือได้ พื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ไม่ใช่ว่าไม่เหมาะสมที่จะมีประชากรเสือ เพราะก่อนหน้านี้ก็เป็นพื้นที่หนึ่งที่มีเสือชุกชุมมาก่อน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ในพื้นที่มีการล่าเสือด้วย ทำให้ประชากรลดลงอย่างรวดเร็วและหายไปในที่สุด
"ที่บอกว่าเขาใหญ่ไม่มีเสือ ห้วยขาแข้งมีเสือ ดังนั้นให้จับเสือจากห้วยขาแข้งไปไว้ที่เขาใหญ่ ทำแบบนี้มันง่ายเกินไปและไม่มีที่ไหนเขาทำกัน แต่ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ เพราะการจับเสือจากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายภายหลังจากที่เตรียมการในเรื่องอื่นๆ เอาไว้พร้อมแล้ว หมายถึงต้องสำรวจเรื่องแหล่งที่อยู่ใหม่ว่ามีความพร้อม เพราะเสือ 1 ตัว ต้องมีอาณาเขตการหากินไม่ต่ำกว่า 100 ตารางกิโลเมตร รวมทั้งต้องมีเหยื่อให้ล่าอย่างเพียงพอด้วย โดยเหยื่อของเสือโคร่ง ได้แก่ สัตว์กีบ เช่น วัวแดง กวางป่า เก้ง กระทิงและหมูป่า และประการสำคัญคือ พื้นที่นั้นจะต้องมีมาตรการในการป้องกันการลักลอบล่าสัตว์อย่างดี มิฉะนั้นแล้ว เอาเสือไปปล่อยก็ไม่มีประโยชน์ เพราะในที่สุดก็ถูกล่า" แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวคนเดิมกล่าวว่า "เมื่อทุกอย่างพร้อม นำเสือไปปล่อยแล้วก็ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยจะต้องดูแล ควบคุม ปัจจัยในการอยู่รอดของเสือให้มีความสมดุลตลอดเวลา ไม่ใช่แค่เอาเสือไปปล่อยพอเป็นมหกรรม ปล่อยแล้วปล่อยเลย หรือนึกอยากจะปล่อยก็ปล่อย ทำแบบนั้นก็เหมือนเอาเสือไปตาย"
เมื่อวันที่

พล.อ.สุรศักดิ์
ด้านนายครรชิต
แหล่งข่าวจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ
"ที่บอกว่า
แหล่งข่าวคนเดิมกล่าวว่า
